ปลากัด เป็นปลาที่คนส่วนมากนิยมเลี้ยงกันมานาน โดยเฉพาะคนไทยที่นิยมเลี้ยงปลากัดกันอย่างแพร่หลายทั้งเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม เลี้ยงไว้เพื่อนำไปต่อสู้ก็มี ซึ่งปลากัดสายพันธุ์ไทยก็เป็นปลากัดประจำถิ่นที่สามารถพบได้ง่าย มีอยู่ทุกภาคทั่วไทย และยังมีความสวยงามไม่แพ้ปลากัดชาติอื่น ซึ่ง 4 ปลากัดสายพันธุ์ไทยที่มีความงาม และข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง ที่เราจะพาไปทำความรู้จักกันในวันนี้ล้วนเป็นปลากัดที่มีถิ่นกำเนิดในไทย อีกทั้งยังพัฒนาโดยคนไทยอีกด้วย

4 ปลากัดสายพันธุ์ไทยที่มีความงาม และข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง

1. ปลากัดป่าภาคใต้

ปลากัดชนิดแรกที่เป็นความภาคภูมิใจของบ้านเรา ที่สามารถเลี้ยงได้ และสวยงามมาก ๆ นั่นก็คือ ปลากัดป่าภาคใต้ หรือป่ากัดป่าใต้ ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกับปลากัดภาคกลางและปลากัดอีสานแต่มีรูปร่างที่เรียวยาวและครีบข้างลำตัวค่อนไปทางด้านหลังรวมไปถึงพฤติกรรมค่อนข้างก้าวร้าวกว่า  มักจะพบในจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปจนถึงชายแดนใต้รวมไปถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียและเวียดนาม โดยอาศัยตาม ทุ่งนา หนอง คลอง บึงในช่วงบริเวณที่มีน้ำนิ่ง หรือไหลเอื่อย ๆ

ลักษณะเด่นของปลากัดใต้: สันหัวจะเป็นเขม่าดำที่แก้มจะมีสีเขียวถึงฟ้า 2 ขีด ลักษณะลำตัวทรงกระบอก เกล็ดมีสีเขียวถึงฟ้าเข้มแบบขึ้นเรียงเต็มตัว หรือขึ้นประปราย ครีบหลังมีก้านครีบเดี่ยว พื้นเนื้อมีสีเขียว หรือฟ้า มีลายสีดำก้านครีบ ชายน้ำพื้นเนื้อและก้านครีบสีแดง ครีบท้องเป็นก้านครีบเดี่ยวครีบคู่และครีบหางเป็นรูปทรงพัด พื้นหางและก้านครีบเป็นสีแดงเข้ม เรียกได้ว่าเป็นปลากัดที่มีเสน่ห์ และมีความเป็นตัวเองสูงมาก สำหรับใครที่อยากจะเลี้ยงไว้ต่อสู้ก็ลองดูพันธุ์นี้ได้

4 ปลากัดสายพันธุ์ไทยที่มีความงาม และข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง - ปลากัดป่าภาคใต้

2. ปลากัดป่าอีสาน

มีปลากัดป่าภาคใต้ไปแล้วก็ต้องมี ปลากัดป่าอีสาน ที่เรียกได้ว่าสวยงามไม่แพ้กันเลยกับปลากันชนิดนี้ ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กที่มีรูปร่างและพฤติกรรมคล้ายปลากัดภาคกลางซึ่งจะแยกออกเป็นสองสายคือ อีสานหน้างูธรรมดาและอีสานหางลาย มักจะอยู่แถบภาคอีสานและประเทศลาวโดยมักอาศัยตามทุ่งนา ปลักควาย หนองและคลองบึงที่มีน้ำนิ่ง หรือบนภูเขาสูงที่มีระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตร ลักษณะของปลากัดป่าอีสาน จะหากมีเกล็ดเป็นแผ่น ๆ ที่หน้าจะเรียกว่า “ปลากัดอีสานหน้างู” ซึ่งจะมีลักษณะนิสัยค่อนข้างดุโหด อีกหนึ่งชนิดคือ “ปลากัดอีสานหางลาย (กีต้า)” เป็นปลามีลำตัวใหญ่เป็นลำดับต้น ๆ มีลักษณะเฉพาะตัวเพราะเวลาพองใส่กันปลาจะกระดิกตะเกียบ ซึ่งคล้ายกับคนเล่นกีต้าร์ นอกจากนี้พื้นหางจะมีเส้นลายขีดสีดำตามขวางและรอบวงหางคล้ายเส้นใยแมงมุม ซึ่งปลากัดอีสานนั้นก็มีลวดลายทีหลากหลาย แบะมีลวดลายเฉพาะที่สวยงามไม่แพ้ใคร

ปลากัดสายพันธุ์ไทย - ปลากัดป่าอีสาน

3. ปลากัดลูกทุ่ง

ปลากัดที่เรียกได้ว่ามีสีสัน และลวดลายที่สวยงาม มีเอกลักลักษณ์เฉพาะในแต่ละตัว เหมาะแก่การไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงามนั่นก็ คือ ปลากัดลูกทุ่ง ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายปลากัดซึ่งหลายคนมักจะเรียกกันว่า “ปลากริม” เป็นปลากัดที่พบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น  ท้องนา หนอง คลอง และบึง ซึ่งเป็นปลาขนาดเล็กที่ไม่มีลักษณะเด่นมากพบได้ตามภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ตอนบน ลักษณะของปลากัดลุกทุ่งนั้นแก้มจะมีสีแดง ลำตัวสีน้ำตาลแดง หรือดำแดง หางสีแดง ส่วนกระโดงจะมีทั้งสีแดงและสีดำบาง ๆ ส่วนชายน้ำมีสีแดงขีดสลับน้ำเงินออกฟ้า โดยครีบหลังยาวเรียว มีขนาดสั้นกว่าครีบก้นโดยส่วนหางเป็นรูปคล้ายใบโพธิ์ ซึ่งปลากริมแต่ละตัวมีสีสันแตกต่างกันไปแม้จะมาจากแหล่งน้ำเดียวกัน เป็นปลากัดอีกสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงเลยก็ว่าได้ สำหรับใครที่อยากได้ปลากัดสวยงามไปเลี้ยงตัวนี้ก็น่าจะตอบโจทย์

ปลากัดสายพันธุ์ไทย - ปลากัดลูกทุ่ง

4. ปลากัดป่าสีทอง

ปลากัดไทยที่มีมูลค่าสูง และมีความสวยงามสุด ๆ และถูกพัฒนาสายพันธุ์โดยคนไทย นั่นก็คือ ปลากัดป่าสีทอง หรือ  Golden Betta มาจากการเพาะพันธุ์โดยลุงอ๋า ปากน้ำที่พัฒนามาหลายรุ่น และได้นำพันธุ์ปลาสีทองเหลืองมาผสมกับปลากัดแพลตตินั่มสีขาวหางกลมจนได้มาเป็น “ปลากัดสีทอง” ปลากัดสีทองนั้นมีความโดดเด่นในเรื่องสีอย่างมาก โดยมีลักษณะของเกล็ดสีทองเงางามมีลักษณะคล้ายเคลือบเงาซึ่งถือเป็นปลากัดมงคลที่ดูมีคุณค่า และมีหลายราคา อีกทั้งยังได้รับการพัฒนาออกเป็นอีกหลายสายทั้ง ปลากัดสีทองหางโพธิ์ ปลากัดหูช้างสีทองและปลากัดสีทองครีบยาว เรียกได้เป็นปลากัดสายพันธุ์คนไทยที่ทำให้ต่างชาติต้องตกตะลึงแน่นอน

4 ปลากัดสายพันธุ์ไทยที่มีความงาม และข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง - ปลากัดป่าสีทอง

ข้อควรระวังในการเลี้ยงปลากัด

สำหรับใครที่กำลังเลี้ยงปลากัด หรืออยากจจะเลี้ยงปลากัดนั้นต้องดูแลเอาใจใส่ปลากัดให้ดี และการเลี้ยงปลากัดก็มีข้อห้ามที่ไม่ควรทำดังนี้

1. การเลี้ยงปลากัดที่ถูกวิธีต้องดูแลใส่น้ำที่ใช้เลี้ยงด้วย ควรใช้น้ำประปาที่กักทิ้งไว้ 2 วันเท่านั้น ห้ามใช้น้ำดื่ม หรือน้ำกรอง และไม่ควรใส่น้ำจนเต็มโหล เพราะจะทำให้ปลากัดกระโดดออกมาตาย

2. ควรเลือกที่วางโหลของปลากัดให้ดี ควรเลือกที่ที่มีแสง แต่ไม่ควรวางโหลปลากัดไว้ในที่แดดส่องโดยตรง เพราะจะทำให้ปลาตายได้

3. สัตว์อื่น ๆ อาจจะมากินปลากัดได้ ฉะนั้นห้ามวางโหลปลากัดไว้ชิดผนังมากเกินไป หรืออาจจะหาฝาที่มีรูระบายอากาศมาปิด

4. ทุกคนต่างรู้ว่าปลากัดนั้นเป็นปลาที่ดุ ดังนั้นไม่ควรเลี้ยงปลากัดกับปลาชนิดอื่น เพราะอาจจะทำให้ปลากัดกัดปลาชนิดอื่นตายได้ และสำหรับใครที่มีปลากัดหลายตัวควรเลี้ยงปลากัดแยกโหล เพื่อให้ปลากัดไม่เครียดเกินไป

5. ไม่ควรใส่เกลือที่มีสารไอโอดีน ใบหูกวางสด ไว้ในโหลปลากัด เพราะสารไอโอดีนจะทำให้ปลากัดเกิดการระคายเคือง และยางใบหูกวางสดเป็นอันตรายต่อปลากัด

สำหรับใครที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลากัดนั้น ปลากัดสายพันธุ์ไทยก็เป็นปลากัดที่มีความสวยงามไม่แพ้ชาติใด อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถึงแม่จะมาจากถิ่นกำเนิดเดียวกัน ก็ให้ลายและสีที่ต่างกัน ซึ่งปลากัดที่เรานำมาให้ทุกคนได้รู้จักกันในวันนี้นั้น 4 ปลากัดสายพันธุ์ไทยที่มีความงาม และข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง นั้นคงเป็นประโยชน์ให้สำหรับผู้ที่กำลังตามหาปลากัดที่สวย และรู้ข้อควรระวังในการเลี้ยงปลากัด

ปลากัด เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงง่าย และสามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่จำกัดอย่าง คอนโด หรือหอพัก และนอกจากปลากัดนั้น ก็ยังมีสัตว์เลี้ยงตัวเล็กน่ารักที่สามารถเลี้ยงได้ในคอนโดอย่าง แมว ซึ่งแมวที่สามารถเลี้ยงได้ในคอนโดนั้น เป็นแมวสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก และมีนิสัยที่น่ารัก สำหรับใครที่กำลังหาแมวน่ารัก ๆ ไปเลี้ยง แมว 8 สายพันธุ์สุดน่ารัก ดูแลง่ายเลี้ยงได้ในคอนโด ก็ตอบโจทย์อย่างมาก

อ้างอิง

ปลากัด

เปิดโลก”ปลากัดไทย” นักสู้แห่งสยาม ต้นกำเนิดปลากัดทุกสายพันธุ์